Diary

[memo] จับรวมมิตรทริป Hokkaido 6-9 Feb.

 

ขอรวมโปรแกรมทริปฮอกไกโดครั้งล่าสุดของปีไว้ที่นี่ก่อน เพราะไปมาหลายที่มากๆ จนกลัวจะลืมแล้วตกหล่น

เริ่มออกเดินทางวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เที่ยวบินเช้าเลย ด้วยสายการบิน Skymark (SKY705 08:25-10:00) ออกจากสนามบินฮะเนะดะไปสนามบินชินจิโตะเสะ (Haneda>Shin-Chitose)

ไปถึงสนามบินเร็วและก็ดีที่เคาเตอร์เปิดให้ chk-in จึงจัดการ chk-in ให้เสร็จสรรพแล้วไปที่นี่เลย

 

Hatsune Miku wing shop มีของขายเยอะเหมือนกันเปิดเป็นร้านชั่วคราวที่นี่

ส่วนตัวแอบมองกระเป๋าอยู่นาน ~~~

 

ยังมีเวลาเหลือหลังจากไปร้าน Hatsune Miku wing shop เดินซื้อของฝากที่จะเอาไปฝากคนที่ฮอกไกโดก่อนและไปทานมื้อเช้าง่ายๆ

 

เดินเข้าด้านในไปรอที่ Gate ระหว่างนั้นก็ยังมีเวลาเหลือให้ชมเครื่องบิน

 

ในเครื่องบิน SKYmark เหมือนจะเป็นเครื่องใหม่ เพราะเบาะเปลี่ยนสี ชอบสีนี้มากๆ

 

ที่ปีกเครื่องบินเป็นลายหัวใจด้วยนะและยังมองไกลๆเห็นภ.ฟูจิด้วย

 

ถึงสนามบิน Shin-Chitose ก็ต้องรอรถบัสไปโทมามุ (Tomamu) มีเวลาชั่วโมงครึ่งก็ไปดูเครื่องบินอีก

 

หลังจากนั้นก็เดินเล่นในสนามบินมีแต่ Hatsune Miku ไป event hall ที่จัดงานมาด้วย

 

หลังจากนั้นก็แวะร้านขายยา ซื้อยาสระผมเพราะไม่เคยหอบหิ้วมาให้หนักซื้อขวดเล็กๆแบบ Travel set แล้วไปเจอนี่หละ เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก! เพราะโตเกียวไม่เคยใช้….ที่ติดพื้นรองเท้ากันลื่น เพราะหิมะ

 

เตรียมพร้อมไปขึ้นรถคราวนี้ไปรถบัสจากสนามบินถึงโทมามุเลย จะมีให้บริการเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้นด้วย

Hokkaido Resort Liner ไปหาเคาเตอร์แล้วแจ้งชื่อที่จองไว้ เค้าก็จะนัดเวลารวมและพาไปขึ้นรถบัสพร้อมกัน

 

ไปถึงรีสอร์ทที่โทมามุ (Hoshino Resort Tomamu) ก็มีเจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยวของเมืองฟุราโน่มารอรับ

(ติดตามข้อมูลการท่องเที่ยวของ Central Hokkaido & 5 Ski Resorts ได้ที่นี่เลยจ้า)

มาถึงเราก็ไปลุยหิมะกันเลย เพราะหิมะยังไม่ตกหนัก ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้

เริ่มกันด้วย snowmobile ขี่มอเตอร์ไซค์ตากหิมะนั่นแหละ 555~ แต่สนุกมากนะ

เพิ่งรู้ด้วยว่าคนเร่งรถไม่ใช่แบบมอเตอร์ไซค์ แต่เป็นแบบกด เพราะมันหนาวมากมือแข็งจะบิดคันเร่งไม่ไหวน่ะเลยต้องทำเป็นระบบกดแทน

 

ตากหิมะกันอยู่แป๊บนึงก็ไปชมห้องพักแบบต่างๆ ซึ่งดูดีมีราคาและระดับไฮโซก็ถูกแบ่งแยกไว้อีกโซนหนึ่งเช่นกัน

สภาพการแต่งตัวไม่ได้กลัวความหนาวเลยยยยยยย แต่หนาวนะเพราะเวลานั้นก็ติดลบราวๆ -14องศาได้

 

ไปชม IceVillage ของ Tomamu มาทำกระท่อมมน้ำแข็งได้น่ารัก ได้เห็นงานแต่งงานท่ามกลางหิมะและเล่นสไลเดอร์น้ำแข็งด้วย และที่แปลกดีคือ เก็บเกล็ดหิมะสวยๆใส่ตลับเป็นที่ระลึกเอากลับบ้านได้ด้วยนะ 1,500เยน

วันที่สองเริ่มกันด้วย วันที่อากาศดีมากๆมีโอกาสได้ขึ้น Hot air balloon ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าท้าทายเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่พลาดมาหลายครั้งหลายคราไม่ได้ขึ้นสักที เราขึ้นไปสูงสุดราวๆ 700เมตรจากพื้นดิน เห็นแต่วิวขาวๆ ขาวไปหมดแม้แต่ฟาร์มโทมิตะ ทุ่งลาเวนเดอร์ใต้หิมะ คราวนี้ได้ประสบการณ์มากกว่า “แค่ขึ้นบอลลูน” คือ “การเก็บ/พับบอลลูนใส่ตะกร้า” ใครจะไปคิดว่าบอลลูนลูกนึงขนาด 90 โลจะวุ่นวายกับการเก็บได้ขนาดนี้

 

บริษัทบอลลูนนี่แนะนำเรามาว่า ถ้ามาฤดูร้อนราคาจะถูกนะแต่ว่าได้แค่ขึ้นๆลงๆแนวตรง ไปไหนไม่ได้เพราะรอบๆเค้าเริ่มทำฟาร์มดอกไม้ สวนผักกันแล้ว ลงไม่ดีจะไปสร้างความเสียหายให้ฟาร์มเค้า แต่ถ้าฤดูหนาวแบบนี้จะลงตรงไหนก็ได้ไม่ว่ากัน ทำให้บอลลูนเคลื่อนตัวไปได้วงกว้างกว่า ได้เห็นวิวมากกว่าและราคาก็แพงกว่าจ้าาา

ลงจากบอลลูนมาเราก็ไปแกลอรี่รูปภาพกันเถอะ ขอบอกว่าเราแนะนำเลยถ้าใครอยากรู้จัก BIEI กับ FURANO ให้มากกว่านี้ Takushinkan ที่นี่รวมภาพที่ถ่ายจากสองพ่อลูกตระกูล Maeda เป็นรูปภาพที่เราไม่เคยเห็นแล้วไม่คิดว่าเมืองนี้จะสวยงามได้ขนาดนี้ แกลอรี่ไม่ใหญ่มากแต่รวมภาพถ่ายผลงานของตระกูล Maeda ไว้ราวๆ 80ชิ้น
เดินทางจากสถานี Biei Station ประมาณ 10นาทีเองด้วย

 

อันนี้มีซื้อ postcard กลับมาเพราะสวยถูกใจจริงๆ *ในมือที่ชูๆอยู่น่ะ เอาไว้ส่งหาคนอ่าน redlovetree.com ^^;

*Takushinkan แกลอรี่ภาพถ่ายจะไม่มีริวิวน๊าาา เพราะเป็นแกลอรี่ที่ห้ามถ่ายรูปจ้า

ไปต่อกันที่หนาวๆกันอีกคราวนี้ได้หนาวสะใจแน่ๆ กับอุณหภูมิติดลบ -27 องศาไปเลย

ไปกันที่อุทยานแห่งชาติ Daisetsusan ไปชมภูเขา Asahidake (ซึ่งมีแต่หิมะและขาวไปหมด T_T)

 

บนสถานีที่ความสูงกว่า 1,600เมตรจากพื้นดินขึ้นมา สถานีรถไฟชั้นหนึ่งจมไปแล้วที่ยืนอยู่คือชั้นสอง บันไดก็หาย
มาถึงความหนาวขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้ หลังจากสัญญากันมาว่าจะมาทำการทดลองนี้!

 

ผ้ามันตั้งได้เลยละกัน นี่ก็รอดูคลิปได้เลย จะฮามากกกกก

ลงมาจากด้านบนขี้มงขี้มูกไหลจนแข็ง มาที่ร้านค้าที่ขายของที่ระลึกและกินอะไรเบาๆอย่าง โครอกเกะ ซึ่งทำจากผลผลิตทางการเกษตรของเมือง Higashikawa มันอร่อยมากกกก กับกระป๋องโค้ก ดีไซน์พิเศษเฉพาะฤดูหนาวนี้ เฉพาะเทศกาลหิมะซัปโปโรปีนี้ด้วย

 

ไปเดินเล่นในเมืองนิดหน่อย แวะร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่อาหารอร่อยมาก แนะนำอีกน่ะหละ

 

ทริปวันนี้ยังไม่จบเท่านี้ อิ่มแล้วไปต่อ เดินทางไป Kami-Furano เพื่อไปหอศิลป์โกโท ที่นี่ก็แนะนำอีกหละสำหรับคนชอบดูภาพวาด เป็นหอศิลป์ที่จัดแสดงผลงานสีสันสวยงามที่ถูกสร้างจากจิตรกรฝีมือเอกของญี่ปุ่น และความพิเศษสำคัญนอกจากนั้นคือ ทุกรูปที่ถูกวาดขึ้นนั้นใช้วัสดุธรรมชาติทั้งนั้น เช่น เปลือกหอย ทองคำบริสุทธิ์ หินลาพิสลาซูลี เป็นต้น
เข้าไปก็สะดุดตากับ ภาพต้นซากุระขนาดใหญ่ งดงามจริงๆ

ไปกันต่อที่เมืองเล็กๆในนิยายที่ถูกแต่งขึ้นของคนพื้นเมืองที่นี่ “Ningle Terrace”
เมืองที่ถูกสร้างมาเป็นบ้านหลังเล็กๆ ภายในบ้านมีคนขายของที่ทำจาก handmade ทั้งสิ้น เป็นงานฝีมือที่หาได้ยากเลยทีเดียว

 

Kan Kan Mura หมู่บ้านแห่งความหนาว เมืองเล็กๆที่เสมือนมีชาวบ้านอาศัยอยู่ตามกระท่อมหิมะ
จัดแสงสีได้สวยงาม

 

มื้อเย็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ถ้าไม่ได้กินจะลงแดงเลยเชียว
สำหรับเราการมาฮอกไกโด ไม่ใช่ราเมน แต่มันคือ ซุปคาเร่ และร้านนี้ก็ทำได้อร่อยมากเลยทีเดียว
เก็บนามบัตรไว้แล้ว 555~ www.Furanoya.com

 

ไปต่อกันวันที่สาม ขอบอกว่าแรงยังเยอะ เหลือเฟือ แม้จะหนาวแค่ไหนก็ตาม

เนื่องจากต้องทำเวลากันหน่อยวันนี้เราก็จะไปลุยกันอีกหลายที่
แวะโรงงานทำชีสก่อนเลย เพิ่มพลังด้วย ชีสเค้กก่อนออกเดินทางด้วย อร่อยยยยย

 

แวะชมฟาร์มโทมิตะ ชม อะ ไร ขาวไปหมด ลาเวนเดอร์จมอยู่ใต้หิมะนะคร้าบบบ
แต่ว่าก็มี indoor ให้ชมลาเวนเดอร์และดอกไม้อื่นๆ พร้อมกับแวะซื้อของฝากให้นักเรียน

 

เราแวะกันแค่สองที่ของเมืองฟุราโน่ ตีรถยาวไปเมืองอะซะฮิคะว่า (Asahikawa)
เพื่อชมเทศกาลวินเทอร์ประจำปี ที่นี่ยังไม่ค่อยมีคนไทยมาเที่ยวมากเท่ากับเทศกาลหิมะที่ซัปโปโร งานอาจจะไม่ใหญ่เท่า แต่รูปปั้นหิมะเยอะและน่ารัก คนมาร่วมงานก็เยอะค่ะ หลังจากนั้นก็ไปพิพิธภัณฑ์สาเกประจำเมือง ชื่อดัง Otokoyama และปิดท้ายไปบุกสวนสัตว์ Asahiyama Zoo หาพี่หมีขาวและดูเทศกาลวินเทอร์ประดับไฟตอนกลางคืน ซึ่งเปิดแค่หกวันเท่านั้นด้วย

 

ทริปวันที่สามเป็นอะไรที่รีบเร่งมากเพราะต้องตีรถกลับไปซัปโปโร ซึ่งที่นั่นมีนัดสำคัญอีกสองนัด
เอาไม่สำคัญด้วยจะเป็นสี่นัดเลยทีเดียว ขากลับไปด้วยรถไฟไม่จองที่เพราะต้นๆสายคิดว่าไม่เต็ม
กว่าจะถึงก็ดีเลย์ไปเลยเหมือนกัน ตามไปสมทบสหายที่ซัปโปโร 

 

คืนนี้พักกันที่โรงแรม Sunroute แถว susukino เพราะคิดว่าเดินทางสะดวกและไม่น่าจะหาห้องพักได้แล้ว ณ เวลานั้น เพราะจองกะทันหันก่อนมาถึงซัปโปโรไม่ถึง 24ชั่วโมง และเป็นช่วงหน้าเทศกาลหิมะด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น เที่ยวสบายๆเพราะโปรแกรมเดิมๆไม่ได้ลุยอะไรมาก
ไปงานเทศกาลหิมะและไปโอตารุ

 

สุดท้ายเดินทางไปสนามบินแบบ …. ได้ข่าวว่าหิมะถล่มโตเกียว
ดีเลย์แน่ และเป็นช่วงชีวิตที่ลำบากและทรมานอีกครั้งเท่าที่เคยเจอมา

**เที่ยวมาสี่วันไม่เหนื่อยเท่า เดินทางกลับบ้านวันเดียวจากนาริตะ-โตเกียว**
รีวิวแน่เพราะเป็นผู้ประสบภัยหิมะตกหนักในโตเกียว

 

กลับด้วยสายการบินใหม่ Vanilla Air ดีใจที่ไฟล์ทไม่งดบิน แต่เสียใจที่มาถึงแล้วทุลักทุเลกับการกลับบ้าน

 

รู้งี้ นอนสนามบินดีกว่า …

ชม Trailer ของทริปนี้กันก่อนดีกว่า ตัดต่อใส่เพลงอลังการงานสร้างมาก ฮ่าๆ

Click to comment

Leave a Reply

To Top